การขนส่ง - cover

สวัสดีฮับ วันนี้พวกเรามีเรื่องราวที่แทบจะกลืนกินไปกับชีวิตประจำวันของเราแล้วนั้นก็คือ การขนส่ง ซึ่งถ้าหากลองคิดดูในชีวิตของพวกเราแล้วเนี่ยเราเคยส่งอะไรกันใหญ่ที่สุดมั้งครับ บางคนอาจจะเคยส่งรถ ส่งมอเตอร์ไซ หรือแม้แต่ส่งรถจักรยานแต่หารู้ไม่ครับว่าการขนส่งระดับที่โลกต้องสะเทือนเนี่ยมันมีอะไรกันบ้าง

ซึ่งมาถึงกันตรงจุดนี้หลายๆคนก็ยังคงจินตนาการไม่ถึงใช่ไหมละครับว่าการขนส่งที่ทำให้โลกต้องสะเทือนนั้นมันจะเป็นอย่างไรหากลองเดากันเล่นๆแล้วอาจจะเป็นการขนย้ายตึก การขนกระสวยอวกาศ อะไรทำนองนี้หรือเปล่าแล้วสิ่งของบางอย่างคุณอาจจะยังคิดไม่ถึงด้วยซ้ำครับว่าเห้ย มันผ่านการขนส่งมาได้ยังไง

ไปเริ่มกันที่สิ่งแรกเลยนั้นก็คือการขนส่งทางน้ำครับแต่การขนส่งนี้จะพิเศษกว่าการขนส่งทั่วๆไปได้หรือยังไงไปลองติดตามกันดูครับ

1.การขนส่งแท่นขุดเจาะน้ำมันบูลล์วิงเกิล

โว้วหลายๆคนคงเกิดความสงสัยในใจนะครับว่าไอแท่นขุดเจาะน้ำมันเนี่ยทำไมมันไปตั้งอยู่บนน้ำทะเลได้และทำไมมันถึงไม่มีวิธิการให้เราได้เห็นกันเลยซึ่งบอกตรงนี้เลยครับว่า ไอแท่นขุดเจาะน้ำมันเนี่ยเขาสร้างกันบนบกครับแล้วก็ขนย้ายไปซึ่งหากใครลองคิดภาพตามนะครับว่าเราจะขนย้ายแท่นขุดเจาะน้ำมันขนาดความสูงถึง 529 เมตร  น้ำหนักถึง 5,000 ตัน ได้ยังไง

การขนส่ง

ซึ่งฮีโร่ในคราวนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกนะครับแต่เป็นบริษัท Heerema Marine Contractors เป็นฮีโร่ที่พาโครงสร้างเหล็กขนาดยักษ์นี้ไปส่งถึงกลางอ่าวเม็กซิโกด้วยการใช้เรือลากซึ่งใช้ระยะเวลาในการเดินทางถึง 5 คืน 5 วันกันเลยทีเดียวซึ่งสำคัญในขณะที่ลากกันอยู่นั้นความเร็วต้องคงที่เพื่อกันการพลิกคว่ำของแท่นขุดเจาะอีกด้วย

ซึ่งหากมาถึงจุดนี้เราก็บอกว่ายากแล้วใช่ไหมละครับแต่ยังต้องเจอกับความน่ากลัวของมหาสมุทรที่ทั้งต้องผ่านกับคลื่นผ่านกับลมที่แรงในอุปสรรคของ การขนส่ง ซึ่งถึงเราจะไม่รู้ว่าผู้ขนส่งนั้นได้ค่าจ้างไปเท่าไรแต่ค่าติดตั้งโครงสร้างไว้กลางมหาสมุทรแบบชินตาที่เราเห็นกันในทุกวันนี้อยู่ที่ 16,000 ล้านบาทนั้นเอง

2.การขนส่งทางน้ำ แท่นขุดเจาะน้ำมันโทรลล์ เอ

แค่คิดถึงการเดินทางในมหาสมุทรก็เอาตัวรอดให้ยากแล้วแต่นี่ยังต้องแบกความรับผิดชอบที่ใหญ่สะยิ่งกว่ายักษ์ซึ่งใหญ่แค่ไหนนั้นเราก็ลองจินตนาการดูครับว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันโทรลล์ เอ ที่ขนาดเท่ากับตึกตึกเอ็มไพร์สเตทที่ขนาดของแท่นขุดเจาะน้ำมันนี่มีความสูงถึงเกือบๆ 841 เมตร ซึ่งมีส่วนฐานและตัวอาคารอยู่ที่ 369 เมตรและ ส่วนฐานที่ลอยอยู่เหนือน้ำ 472 เมตร

การขนส่ง

บอกได้คำเดียวว่างานนี่ยักษ์มากๆซึ่งถ้าใครยังนึกไม่ถึงว่าช้างอย่างไรเพราะงานนี้นั้นไม่ได้แยกชิ้นส่วนแล้วไปตั้งกลางมหาสมุทรธรรมดานะครับแต่ต้องขนแท่นที่ประกอบรวมไว้แล้วที่มีความสูงถึง 841 เมตร ไปกลางทะเลด้วยซ้ำบอกได้คำเดียวครับว่าหินสุดๆ ซึ่งการเดินทางในรอบนี้มีความไกลถึง 200 กิโลเมตรเลยด้วยซ้ำซึ่งการเดินทางครั้งนี้หินสุดๆ

3.การขนส่งทางบก ย้ายตึกขนาดใหญ่โคตรยักษ์ในซูริก สวิตเซอร์แลน

ใครจะคิดละครับว่า ณ วันนึงของมนุษย์เรานั้นสามารถขนย้ายตึกยักษ์ได้แล้วแต่ตึกยักษ์ในที่นี่ไม่ใช่ตึกสูงเสียดฟ้าหรอกนะครับอันนั้นก็อาจจะเกินกำลังไปแต่แค่ถ้าได้เห็นตึกที่มนุษย์เราเคยขนย้ายแล้วก็ต้องร้องว้าวเลยครับซึ่งตึกในคราวนี้คือตึกในซูริก ซึ่งมีขนาดน้ำหนักถึง 6,200   ตันเลยทีเดียว

ซึ่งในตอนแรกตึกขนาดใหญ่ที่ว่านี้จะโดนทุบทิ้งซึ่งจะนำไปสร้างทางรถไฟ แต่ประชาชนกลับคัดค้านสุดตัวเพราะว่าตึกนี้มาอายุถึง 120 ปีเพราะว่าเป็นศิลปะสถาปัตยกรรมตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ที่ยังหลงเหลืออยู่นั้นเองซึ่งทำให้เกิดการวางแผนเรื่องของการขนย้ายเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น เสริมเสาเหล็กลองรับผนังใต้ดินยึดแผ่นคอนกรีตไว้กับผนังตึกโดยใช้การเคลื่อนที่โดยอาศัยลางรถไฟ

การขนส่งทางบก

พร้อมติดล้อเหล็กให้กับตัวตึกซึ่งบอกได้คำเดียวเลยครับว่าอเมซิ่งมากๆเพื่อขยันมันและใช้ไฮดรอลิกช่วยเคลื่อนย้ายซึ่งแน่นอนครับว่าเคลื่อนไหวนั้นช้ามากๆ 3-5 เมตรต่อชั่วโมงเท่านั้นเพื่อป้องกันการถล่มของตัวตึกนั้นเองแม้ว่าการเคลื่อนย้ายของตึกดูท่าจะไม่เสร็จง่ายๆแต่ราคาในการขนย้ายครั้งนี้ก็เข้าขั้น 400 ล้านบาทกันเลยทีเดียว

4.การขนทางอากาศกระสวยอวกาศบนเครื่องบินโบอิ้ง 747

ใครหลายคนคงชินกับภาพติดตายว่ารถซ้อนบนรถนั้นเป็นอย่างไรแต่คราวนี้มนุษย์เราได้นำเครื่องบินนั้นซ้อนเครื่องบินกันและเครื่องบินที่ว่านั้นก็เป็นกระสวยอวกาศที่จะนำไปประกอบซึ่งได้นำเครื่องบินโบอิ้ง 747 มาดัดแปลงโดยนาซาได้เสริมโครงสร้างให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้นเพื่อลองรับตัวกระสวยอวกาศที่หนักกว่า 83 ตันซึ่งรับภารกิจนี้โดยบินจากแคลิฟอเนียไปยังฟรอลิด้าโดยเจ้าโบอิ้ง 747 นี้ต้องแบกกระสวยอวกาศไว้บนหลัง

การขนส่งทางเครื่องบิน

5.ขนส่งฉลามวาฬ

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับว่าทุกวันนี้เรามี การขนส่ง ฉลามวาฬกันซึ่งมีขนาดตัวที่ใหญ่เอามากๆซึ่งคำตอบก็คือขนส่งกันมานี่ยังไงละครับ ยกตัวอย่างจากพิพิทธภันฑ์สัตว์น้ำที่ จอร์เจีย ที่ได้สั่งขนฉลามวาฬจากไต้หวันมาอนุรักษ์ไว้ที่ดินแดนอเมริกา

การขนส่งทางน้ำ

ซึ่งน้ำหนักของฉลามวาฬอย่างที่ทราบกันว่าในขนาดเต็มวัยนั้น จะมีความยาวระหว่าง 5.5-10 เมตร และมีน้ำหนักถึง 25 ตันซึ่งนั้นไม่ใช่ปัญหาเพราะเขาน้ำเจ้าฉลามวาฬเข้าไปอยู่ในแท็งน้ำที่มีความจุถึง 23.5 ล้านลิตรและคงอุณหภูมิไว้ที่ 23 องศาพร้อมติดตั้งระบบดูแลรวมถึงพ่วงสัตว์แพทย์เข้าไปเพื่อเช็คอาการทุกฝีเก้าและพาขึ้นเครื่องบินโบอิ้ง 747

6.อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ

หลายคนอาจจะคิดไม่ถึงว่าเทพีเสรีภาพนั้นอเมริกาไม่ได้เป็นผู้สร้างโดยตรงแต่หากเป็นประเทศฝรั่งเศสต่างหากละครับที่เป็นผู้สร้างและมอบของขวัญชิ้นนี้แก่สหรัฐอมเริกาเพื่อให้เฉลิมฉลองแด่วันประกาศอิสรภาพของอเมริกาและเป็นสัญลักษณ์ของการมีเสรีภาพอีกด้วยแต่ใครๆจะคิดละครับว่าก่อนจะไปตั้งตระหง่านขนาดนั้นก่อนหน้านี้ต้องผ่านอะไรกันมาบ้าง

เทพีเสรีภาพ

ซึ่งการขนย้ายสิ่งก่อสร้างที่เกิดจากเหล็กและแผ่นทองแดงขนาดยักษ์นี่ที่มีน้ำหนักถึง 220 ตัน ซึ่งต้องข้ามน้ำข้ามทะเลจากฝั่งยุโรปมาที่อเมริกาเมื่อปี 1884 ซึ่งหากย้อนไปถึงตอนนั้นเนี่ยการขนย้ายคงยากมากๆซึ่งก็นับเป็นความท้าทายแต่เพราะว่ามันเป็นของขวัญชิ้นสำคัญที่ฝรั่งเศสได้มอบให้กับอมเริกาเนื่องในวันครบรอบ 100 ปีประกาศอิสรภาพ ต่อให้ยากอย่างไรก็ต้องส่งมอบให้ได้

งานนี้เทพีเสรีภาพของเราเลยโดนแยกส่วนหลายต่อหลายชิ้นและนำขึ้นเรือเพื่อขนส่งจากประเทศฝรั่งเศสสู่มือของประเทศอเมริกานั้นเองซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 เดือนและประกอบอีก 4 เดือน

7.การขนส่ง เครื่องกลั่นระเหยใหญ่ที่สุดในโลก

หากใครกำลังคิดว่าการขนส่งของอะไรที่ใหญ่ที่สุดในโลกชิ้นนี้ถือว่าเต็ง 1 ในกินเนสเวิลด์เรคคอร์ดแน่นอนเพราะว่าหน้าตาและรูปร่างของมันช่างระทึกเหลือเกินเพราะขนาดของมันที่มีความยาวถึง 137.9 เมตร กว้าง 32.1 เมตร สูงเกือบ 11.4 เมตร และน้ำหนักก็ไม่แพ้กัน 5,700 ตัน โดยได้บริษัทของทางฝั่งเอเชียอย่าง ดองบังทรานสปอตโลจิสติก มารับหน้าที่นี่

 Transportation

โดยการขนส่นผ่านทางเรือโดยต้องแล่นอยู่บนมหาสมุทรจาก เวียดนามไปถึงซาอุดิอารเบียซึ่งเราก็ไม่รู้นะครับว่าคนที่เดินทางไปด้วยนั้นได้แอบใช้เจ้าเครื่องนี่กันหรือเปล่า

8 จรวดฟอลคอนไนน์

จรวดแท่งยาวที่ช่วยให้การเดินทางไปอวกาศประหยัดขึ้นเจ้าฟอลคอลไนน์นี่ที่มีทั้งความใหญ่และความยาวถึง 70 เมตร โดยที่จุดขายของมันคือจรวดที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้งลำแรกของโลก โดยได้ผู้ผลิตที่มีความสามารถอย่าง spacex โดยผู้ที่เป็นเจ้าของผลงานคือ อีลอน มัสก์ ซึ่งสามารถบรรทุกน้ำหนักได้ถึง 63.8 ตัน

 Transportation

ซึ่งที่มันสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้นั้นเนื่องจากมันถูกออกแบบมาโดยแบ่งออกเป็นสองส่วน ซึ่งส่วนแรกจะถูกส่งออกไปนอกอวกาศและอีกท่อนหนึ่งจะทำการผลักส่วนที่เหลือเพื่อออกไปยังวงโคจรอื่น และหลังจากนั้นตัวแรกจะล่อนลงมาจอดบนผิวโลกในแนวดิ่งรอให้ทีมงานนั้นซ่อมแซ่มและนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง

ซึ่งหากใครมีเงินเหลือเกินเหลือใช้อย่างลองไปเที่ยอวกาศสักครั้งค่าใช้จ่ายก็จะอยู่ที่ประมาณ 1500 – 1800 ล้านบาทเท่านั้นเอง

9.อันโตนอฟเอเอ็น-225 มรียา

หากใครสงสัยถึงชื่อที่ยาวแสนยาวอย่างนี้คงงงหรือคิดเดากันไปว่ามันคือ อิหยังวะ แต่ชื่อ อันโตนอฟเอเอ็น-225 มรียา ที่ว่านี้เครื่องบินขนส่งของลำใหญ่ที่สุดในโลกหรือมีชื่อสั้นๆว่า Dream ซึ่งมีความยาวของตัวเครื่องถึง 84 เมตร และมีความยาวของปีกอีกด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งถึง 88.4 เมตร หรือใหญ่เกือบสองเท่าของเครื่องบินพาณิชย์ทั่วไป

การขนส่งทางอากาศ

ซึ่งขนาดที่ยักษ์ขนาดนี้ก็ตอบแทนมาด้วยการรับน้ำหนักได้สูงถึง 253 ตัน  ซึ่งงานนี้ใครที่อยากใช้บริการ การขนส่ง อะไรที่ใหญ่ก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

10.การขนส่งทางน้ำ อย่าง บลูมาร์ลิน ด็อกไวส์ 

ความเป็นหนึ่งในด้านของความใหญ่อลังการทางน้ำคงหนีไม่พ้นเจ้า บลูมาร์ลิน ด็อกไวส์ ซึ่งความใหญ่ของมันแบบไม่เป็นยะเป็นยังนั้นมีขนาดความยาวถึง 217 เมตร กว้าง 42 เมตร และมีความลึกถึง 13 เมตร เพียงเท่านี้มันก็นับได้ว่าเป็นหนึ่งในด้านวงการณ์ขนส่งทางน้ำได้แบบง่ายๆ

การขนส่งทางน้ำ

นอกจากนี้มันยังสามารถบรรทุกน้ำหนักได้ถึง 110,000 ตัน ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ทั่วไปหรือแม้แต่แท่นขุดเจาะน้ำมันขนาดบิ้กน้ำหนักขนาด 59,500 ตัน ขนเรือบรรทุกสินค้าครั้งละ 18 ลำ และยังรวมไปถึงเรือจอดเฮลิปคอปเตอร์ก็ยังรับงานได้แบบชิวๆเลยนะครับเพียงเท่านี้อยากจะขนหรืออยากจะส่งสิบล้อสักกี่คันก็สบายแล้วครับ

 สรุป

เพียงเท่านี้การขนส่งบนโลกยุคปัจจุบันก็ดูเป็นอะไรที่ง่ายใช่มั้ยละครับซึ่งแต่กว่าจะเป็นถึงทุกวันนี้นั้นบอกได้คำเดียวเลยครับว่าไม่ง่ายเลยเพราะมนุษย์ต้องก้าวผ่านเทคโนโลยีแต่ละยุคแต่ละสมัยมาอย่างทรหด แต่มนุษย์เราก็ยังสามารถผ่านมาได้และสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆขึ้นมาปฏิวัติวงการต่างๆได้ตลอดเวลา

>>ค้นหาสิ่งที่น่าสนใจไปกับเราได้ที่นี่<<

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here