สัตว์ในตำนานไทย

สวัสดีฮับ วันนี้ผมจะมาพูดถึง สัตว์ในตำนานไทย ที่หลายคนอาจจะสงสัยกันอยู่ นั่นคือเรื่องของ 2 เผ่าพันธุ์ อย่าง พญาครุฑและพญานาค

ซึ่งประวัติของทั้งคู่นั้น มีมาอย่างช้านาน ซึ่งทั้งครุฑและพญานาคคงจะคุ้นหูและคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เพราะถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งในจอโทรทัศน์หรือแม้แต่ในวัดก็ยังสามารถพบเห็นได้

สัตว์ในตำนานไทย

ซึ่งตามหลักของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู แล้วนั้น สัตว์ในตำนานไทย พญานาค พญาครุฑ เขาว่ากันว่านานมาแล้วยังมีมหาเทพองค์หนึ่งที่ชื่อว่า พระกัศยปมุนี ซึ่งเป็นฤาษีที่มีฤทธิ์เดชมากและเป็นผู้ให้กำเนิดเทพอีกหลายองค์จนถูกเรียกว่า

พระกัศยปเทพบิดร พระองค์มีชายาหลายองค์ โดยในบรรดาชายทั้งหลายนั้นมีชายเพียงสององค์ซึ่งเป็นพี่น้องกันนามว่า วินตาและกัทรุ นางทั้งสองได้ขอพรให้กำเนิดบุตรจากพระกัศยป

สัตว์ในตำนานไทย

โดยนางกัทรุได้ขอพรว่าขอให้มีบุตรจำนวนมาก ซึ่งต่อมาก็ได้ให้กำเนิด พญานาค มากมาย อาศัยอยู่ใต้บาดาล ส่วนนางวินตาขอบุตรเพียงสององค์และขอให้ลูกมีอำนาจวาสนา ซึ่งเมื่อนางคลอดบุตรออกมาก็ปรากฏว่าออกมาเป็นไข่สองฟอง

ด้วยความทนรอดูหน้าลูกตัวเองไม่ไหว นางจึงทุบไข่ฟองหนึ่งและปรากฏเป็นเทพบุตรที่มีกายเพียงครึ่งบนชื่อ อรุณ อรุณเทพบุตรโกรธมารดาที่ทำให้ตนออกจากไข่ก่อนกำหนดจนมีร่างกายไม่ครบ

พญาครุฑ

จึงสาปให้มารดาของตนต้องเป็นทาสนางกัทรุโดยกำหนดให้บุตรคนที่สองของนางเป็นผู้ช่วยนางให้พ้นจากความเป็นทาส จากนั้นจึงขึ้นไปเป็นสารถีให้กับพระอาทิตย์หรือสุริยเทพ

นางวินตาจึงไม่กล้าทุบไข่ฟองที่สองออกมาดูและนางก็รอจนถึงเวลากำหนด ศัตรูคู่แค้น จนเมื่อไข่ฟักออกมา ก็ปรากฏเป็น พญาครุฑ ซึ่งเมื่อแรกเกิดนั้นก็มีร่างกายขยายออกใหญ่โตจน ดวงตายามกะพริบเหมือนฟ้าแลบ เวลาขยับปีก ขุนเขาก็จะตกใจหนีหายไปพร้อมพระพาย รัศมีที่พวยพุ่งออกจากกายมีลักษณะดั่งไฟไหม้ทั่วสี่ทิศ

พญานาค

ต่อมานางกัทรุและนางวินตาได้ท้าพนันกันถึงสีของม้าอุไฉศรพ ศัตรูคู่แค้น โดยพนันว่าใครแพ้ต้องเป็นทาสอีกฝ่ายห้าร้อยปี นางวินตาทายว่าม้าสีขาว ส่วนนางกัทรุทายว่าสีดำ ซึ่งความจริงม้าเป็นสีขาวตามที่นางวินตาทาย

แต่นางกัทรุใช้อุบายให้นาคลูกของตนแปลงเป็นขนสีดำไปแซมอยู่เต็มตัวม้า นางวินตาไม่ทราบในอุบายนี้เลยยอมแพ้ จนต้องเป็นทาสของนางกัทรุถึงห้าร้อยปี

สัตว์ในตำนานไทย

ภายหลังเมื่อครุฑได้ทราบถึงสาเหตุที่มารดาต้องตกเป็นทาส จึงไปเจรจาขอให้เหล่านาคยอมปล่อยมารดาของตน พวกนาคจึงสั่งให้พญาครุฑไปเอาน้ำอมฤตมาให้เพื่อแลกกับอิสรภาพของนางวินตา พญาครุฑจึงบินไปสวรรค์ไปเอาน้ำอมฤตซึ่งอยู่กับพระจันทร์ แล้วคว้าพระจันทร์มาซ่อนไว้ใต้ปีก

แต่ถูกพระอินทร์และทวยเทพติดตามมาและเกิดต่อสู้กันขึ้น ฝ่ายเทวดานั้นไม่อาจเอาชนะได้ ร้อนถึงพระวิษณุหรือพระนารายณ์ต้องมาช่วยขวางครุฑไว้และต่อสู้กัน ทว่าต่างฝ่ายต่างไม่อาจเอาชนะกันได้

ทั้งสองจึงทำความตกลงยุติศึก โดยพระวิษณุทรงให้พรแก่ครุฑว่าจะให้ครุฑเป็นอมตะและให้อยู่ตำแหน่งสูงกว่าพระองค์ ส่วนครุฑก็ถวายสัญญาว่าจะเป็นพาหนะของพระวิษณุและเป็นธงครุฑพ่าห์สำหรับปักบนรถศึกของพระวิษณุอันเป็นที่สูงกว่า

จากนั้น พญาครุฑก็นำน้ำอมฤตลงมา ศัตรูคู่แค้น แต่ว่าพระอินทร์ได้ตามมาขอคืน พญาครุฑก็บอกว่าตนจำต้องรักษาสัตย์ที่จะนำไปให้เหล่านาคเพื่อไถ่มารดาให้พ้นจากการเป็นทาสและให้พระอินทร์ตามไปเอาคืนเอง จากนั้นครุฑได้เอาน้ำอมฤตไปให้นาคโดยวางไว้บนหญ้าคาและได้ทำน้ำอมฤตหยดบนหญ้าคา 2-3 หยด

พญาครุฑ

ด้วยเหตุนี้ หญ้าคาจึงถือเป็นสิ่งมงคลในทางศาสนาพราหมณ์ ส่วนนาคเมื่อเห็นน้ำอมฤตก็ยินดี จึงยอมปล่อยนางวินตาให้เป็นอิสระ ขณะที่เหล่านาคพากันไปสรงน้ำชำระกายเพื่อเตรียมมาดื่มน้ำอมฤตนั่นเอง พระอินทร์ก็รีบมานำน้ำอมฤตกลับไป ทำให้พวกนาคไม่ได้กิน

พวกนาคจึงเลียที่ใบหญ้าคาด้วยเชื่อว่าอาจมีหยดน้ำอมฤตเหลืออยู่ ทำให้ใบหญ้าคาบาดกลางลิ้นเป็นทางยาว นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตำนานที่ว่าทำไมงูถึงมีลิ้น 2 แฉก

พญานาค

แม้ว่าจะไถ่ตัวมารดากลับมาได้แล้ว ศัตรูคู่แค้น แต่พญาครุฑนั้นก็ยังแค้นใจที่พวกนาคใช้เหลี่ยมจนมารดาของตนต้องตกเป็นทาส ทำให้พญาครุฑและเหล่าลูกหลานรุ่นต่อมา ตั้งตนที่จะเป็นเป็นศัตรูกับพวกนาค ศัตรูคู่แค้น โดยเหล่าครุฑจะโฉบลงมายังมหาสมุทรและโฉบนาคไปฉีกท้องจิกกินและจะทิ้งร่างไร้ชีวิตของนาคตกลงมา

ข้างฝ่ายพวกนาคนั้นแม้จะพยายามต่อสู้แต่ก็ไม่อาจสู้ไหวจึงพากันเลื้อยหนีไปหลบภัยยังทะเล แต่ก็ถูกครุฑใช้ปีกโบกสะบัดจนน้ำลดแห้งและจับนาคไปฉีกท้องกิน เหล่านาคจึงพยายามกลืนหินใหญ่ลงท้องเพื่อถ่วงตัวให้หนัก

พญานาค พญาครุฑ

ครุฑตนใดไม่รู้อุบายเวลาโฉบลงจับนาคก็ถูกหินที่นาคกลืนลงไปถ่วงน้ำหนักจนบินขึ้นไม่ไหวและจมน้ำตายส่วนครุฑที่รู้อุบายนี้ก็จะจับนาคทางหางและเขย่าจนนาคต้องคายหินออกมา

และนี่คือตำนานทั้งหมดของพญาครุฑและพญานาค ที่ว่าทำไมถึงได้เป็ตศัตรูกันและอาฆาตกันมาอย่างยาวนาน

ติดตามเรื่องราวต่างๆเพิ่มเติมได้ที่ sawadeehub.com
FB fanpage : สวัสดีฮับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here