The STS-40 Jellyfish Experiment

สวัสดีฮับ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ค.ศ.1991 นาซ่าได้ทำการทดลองส่ง แมงกะพรุน จำนวน 2,478 ตัวขึ้นสู่อวกาศ ด้วยกระสวยอวกาศโคลอมเบีย โดยโครงการนี้ถูกตั้งชื่อว่า “The STS-40 Jellyfish Experiment”

จะเป็นอย่างไรเมื่อสิ่งมีชีวิตที่มีความคล้ายคลึงมนุษย์อย่างแมงกะพรุน ต้องอาศัยอยู่ใน สภาวะเกือบไร้แรงโน้มถ่วงเป็นเวลานาน เพราะข้อมูลที่ได้นั้นสามารถนำไปต่อยอดกับการส่งมนุษย์ไปยังอวกาศ รวมถึงการประเมินความเสี่ยงในกรณีที่มนุษย์อาจต้องคลอดลูกในอวกาศด้วย

แมงกะพรุน

เนื่องจาก แมงกะพรุน The STS-40 Jellyfish Experiment มีระบบรับรู้และควบคุมการทรงตัวต่อแรงโน้มถ่วง ที่คล้ายกับระบบของมนุษย์ นั่นคือ โอโคลิทช์ อวัยวะชิ้นหนึ่งที่อยู่ภายในหูชั้นในของเรา ลักษณะเป็นผลึก มีหน้าที่ในการตอบรับการหมุนของศรีษะ และควบคุมการทรงตัว

แมงกะพรุน

ซึ่งในแมงกะพรุนก็มีอวัยวะที่ทำหน้าที่แบบนี้เช่นกัน นั่นคือ สตาโทลิท มีลักษณะเป็นเม็ดกลมๆ ขนาดเล็กคล้ายผลึกคริสตัล ซึ่งเมื่อแมงกะพรุนเอียงตัว เจ้าอวัยวะที่คล้ายเม็ดจิ๋วนี้ ก็จะกลิ้งไปกองรวมกันตามแรงโน้มถ่วงด้านนั้นๆ เพื่อช่วยพวกมันให้เคลื่อนที่ได้ถูกต้อง (ซึ่งคล้ายกับระบบอวัยวะของมนุษย์นั่นเอง)

แมงกะพรุน

และจากการทดลองที่ปล่อยให้พวกมันโคจรรอบโลก 9 วัน พบว่า พวกมันทุกตัวสูญเสียการการทรงตัว ไม่สามารถควบคุมทิศทางการว่ายน้ำในอวกาศได้ ซึ่งหลังจบภารกิจและนำพวกมันกลับมายังพื้นโลก พวกมันไม่สามารถว่ายน้ำได้ในทันที เนื่องจากระบบการทรงตัวผิดเพี้ยน แต่ก็ใช้เวลาในการปรับสภาพไม่นานก็สามารถกลับมาว่ายน้ำได้ตามปกติดังเดิม

หากมนุษย์ที่อาศัยอยู่บนอวกาศนานๆ และเมื่อกลับลงสู่โลกอาจสูญเสียการทรงตัวไปชั่วขณะ แต่ใช้เวลาไม่นานก็จะปรับตัวได้ และหากมนุษย์คลอดลูกในอวกาศ ก็อาจเป็นไปได้ว่าเด็กที่เกิดมานั้นจะเติบโตท่ามกลางสภาวะเกือบไร้แรงโน้มถ่วงได้เช่นกัน เพราะขากลับพวกมันเพิ่มจาก 2 พันตัว กลายเป็น 60,000 ตัว ภายในเวลา 9 วันเท่านั้นเอง

The STS-40 Jellyfish Experiment

ซึ่งในปี 1947 นาซ่าเคยส่ง “แมลงวัน” ออกไปนอกโลก เพื่อทดสอบหาผลกระทบที่เกิดจากรังสีคอสมิก เพราะในอวกาศเต็มไปด้วยรังสีนี้ เนื่องจากพวกมันมีลักษณะทางพันธุกรรมคล้ายมนุษย์ และผลการทดสอบพบว่าแมลงวันตัวนั้นไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากรังสีดังกล่าว และมันก็มีชีวิตรอดได้บนอวกาศด้วย ทั้งนี้ไม่ทราบว่ามันได้เดินทางกลับมายังโลกหรือไม่แต่อย่างใด

ติดตามเรื่องราวต่างๆเพิ่มเติมได้ที่ sawadeehub.com
FB fanpage : สวัสดีฮับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here