American Breakfast

เวลาที่เราไปเที่ยวในต่างที่แล้วต้องพักโรงแรม American Breakfast อาหารเช้าที่เขาจะเลือกเสิร์ฟส่วนมาก เราก็จะเห็นเป็น ขนมปัง ไข่ดาว ไส้กรอก และเบคอน คือจะมีแทบทุกที่จนเรามองว่ามันปกติและไม่ได้พิเศษอะไร

แต่ท่านผู้ชมรู้ไหมครับว่า อาหารที่ผมกล่าวถึงมานี้ เรียกได้ว่ามันเป็นอาหารสุดคลาสสิคสุดๆเลยก็ว่าได้ของคนตะวันตก เพราะประวัติของมันมีมากว่าพันๆปี มันเลยแพร่กระจายไปทั่วโลก

American Breakfast

American Breakfast ซึ่งมันไม่ใช่อาหารหรูหราอะไรเลย แต่เป็นอาหารคนจนต่างหากล่ะ มันเกิดจากข้อจำกัดด้านอาหารในอดีต หรือพูดอีกแบบ อาหารแบบนี้เป็นอาหารของชาวเกษตรในสมัยก่อนเป็นอย่างมาก เพราะมันเป็นสิ่งที่เกษตรกรเลี้ยงกัน

เราต้องเข้าใจก่อนว่าชีวิตเกษตรกรในโลกตะวันตกราวๆพันปีก่อน จะมีฐานะยากจนมาก อาหารเช้าแบบอเมริกัน การกินก็ต้องกินจากที่ตัวเองมีอยู่หรือหาได้ง่าย

American Breakfast

อาหารหลักที่เป็นอาหารหลักของพวกชาวเกษตรคือข้าวสาลีหรือข้าวบาร์เลย์ ซึ่งมันจะถูกแปรรูปเป็นสองอย่าง คือขนมปังกับเบียร์ ถ้าพูดถึงขนมปังในตอนนั้นมันไม่ใช่ขนมปังขาวเป็นแถวนิ่มๆแบบทุกวันนี้ แต่จะเป็นขนมปังสีน้ำตาลกระด้างๆ และอบทีอบมาก้อนใหญ่ๆ อบทีนึงกินกันไปได้ทั้งเดือนเลย

ส่วนเบียร์ มันจะเป็นเบียร์แอลกอฮอล์ต่ำ รสติดหวาน และจะขุ่นๆ ข้นๆ ตามประสาเบียร์ที่ต้มกันเองตามบ้าน ซึ่งเขาไม่ได้กินกันให้เมา แต่เขากินกันเพื่อให้ได้พลังงานในการทำงาน มันเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ เด็ก ผู้หญิงท้อง กินกันหมด มันไม่เหมือนกับเบียร์แบบที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน แต่มันคือข้าวที่นำมาแปรรูป ทำให้กินง่าย และเก็บได้นาน

American Breakfast

ซึ่งคนจนจะใช้โปรตีนจากถั่วเป็นหลัก แต่คนยุโรปมีแหล่งโปรตีนที่ง่ายกว่านั้น นั่นคือจาก วัว ไก่และหมู ซึ่งเป็นสัตว์ที่มนุษย์เลี้ยงกันมาหลายพันปีก่อนหน้านั้นแล้ว

ไก่กับหมูมีความเหมือนกันอย่างหนึ่งคือมันเป็นแหล่งโปรตีนหาได้ง่าย เพราะมันเป็นสัตว์ที่ซื้อหาได้ในราคาถูก เลี้ยงง่าย แทบไม่ต้องมีพื้นที่และต้นทุนใดๆ มันล้วนกินของเหลือทางการเกษตรที่มนุษย์ไม่กินอยู่แล้ว

สมัยก่อนคนไม่นิยมกินเนื้อไก่ เพราะเลี้ยงไว้มันออกไข่ให้กินได้เรื่อยๆ ซึ่งถ้ารอไก่ฟักก็จะเป็นไก่ตัวใหม่ได้อีก วนกันไป อาหารก็โยนๆ พวกรำข้าวปลายข้าวที่มีอยู่แล้วให้กิน ดังนั้นแม้คนจะจนสุดๆ มีไก่ตัวเดียวมันก็จะออกไข่ให้กินได้เรื่อยๆ

ส่วนเบคอนนั้นก็ทำมาจากหมูซึ่งเป็นสัตว์ชนิดแรกๆที่มนุษย์เลี้ยงเพื่อกินเนื้อเท่านั้นเลย อาหารเช้าแบบอเมริกัน เพราะใช้งานอย่างอื่นไม่ได้ ก็เพราะมันเป็นสัตว์ที่แทบไม่ต้องเลี้ยงอะไรเลย กินง่าย กินอะไรก็ได้ ของที่มนุษย์กินก็กินได้ ของที่มนุษย์ไม่กินก็กินได้ กินได้หมดเลยก็ว่าได้

ตามธรรมเนียมชาวตะวันตกแล้วนั้น จะต้องซื้อลูกหมูมาในหน้าร้อน และก็เลี้ยงมันไปเรื่อยๆ พอถึงหน้าหนาวก็กลายเป็นหมูอ้วนๆโตเต็มวัย พร้อมเชือดกินได้แล้ว

พอเชือดแล้ว ทีนี้ก็จะมีเนื้อหมูให้กินอย่างมากมาย แต่ก็อย่างว่าแหละครับ หมูตัวใหญ่ขนาดนั้น คงกินไม่หมด สิ่งที่เขาทำกันก็คือเอาส่วนต่างๆของหมูมาถนอมอาหาร ส่วนลำตัวที่เป็นเนื้อแบบหมูสามชั้น ก็จะเอามาทำเบคอน ส่วนหัวกับเครื่องในที่ไม่ใช่เนื้อเป็นชิ้นก็จะสับๆ แล้วเอาไปทำไส้กรอก อาหารเช้าแบบอเมริกัน ซึ่งไส้กรอกส่วนมากก็จะมีการใส่เกลือ และทำให้แห้งระดับเก็บไว้ได้อย่างยาวนาน

ส่วนขาหมูคือส่วนที่แพงที่สุด คนจนมักจะไม่กินกัน แต่จะเอาไปขาย ซึ่งจะทำเงินได้มากมาย ซึ่งมากพอที่จะซื้อหมูอีกตัวนึงมาเลี้ยงเลย

ก็นี่แหละครับ การมาของอาหารสุดคลาสสิค อาหารเช้าแบบอเมริกัน อย่าง ขนมปัง ไข่ดาว เบคอน ไส้กรอกของเกษตรกรสมัยก่อน ซึ่งจะเห็นได้เลยว่า สิ่งที่พวกเขากินกันนั้นเกิดจากสัตว์ที่เกษตรกรเลี้ยงกันไว้ทั้งนั้นเลย

ฉะนั้นอาหารที่เรากินๆกันในทุกวันนี้ เขากินกันมาอย่างยาวนานแล้ว และอาหารแบบนี้ถือว่ามหัศจรรย์สุด เพราะอาหารที่มนุษย์เรากินกันแบบทุกวันนี้ อาหารเช้าแบบอเมริกัน แทบจะทั้งหมดนั้นมักจะเกิดใหม่ทั้งนั้น แค่อาหารที่กินกันทุกวันนี้ที่มีอายุเฉลี่ย 200 ปีนี่คือยาวนานสุดๆแล้ว แต่นี่คือกินกันมาอย่างยาวนานเป็นพันๆปี ก็เรียกได้เลยว่าไม่ธรรมดาสุดๆ

ติดตามเรื่องราวต่างๆเพิ่มเติมได้ที่ sawadeehub.com
FB fanpage : สวัสดีฮับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here