Racism

สวัสดีฮับ วันนี้ผมจะมาพูดถึง Racism การเหยียดสีผิวที่กลับมาเป็นกระแสอย่างมากอีกครั้ง เนื่องจากการเสียชีวิตของ จอร์จ ฟลอยด์ ชายชาวแอฟริกัน-อเมริกัน

ที่เสียชีวิตจากการใช้ความรุนแรงเกินความจำเป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการประท้วงไปทั่วทั้งอเมริกา มีทั้งการประท้วงอย่างสันติ ไปจนถึงการประท้วงที่ชุลมุนในตอนกลางคืน

Racism

คนเอเชียอย่างพวกเราคงจะมีคำถามว่า ทำไมแค่การเสียชีวิตของนาย จอร์จ ฟลอยด์ นั้นถึงได้เกิดแรงกระเพื่อม จนนำไปสู่การประท้วงที่บานปลายขนาดนี้ Racism นั่นเป็นเพราะ การเหยียดสีผิว นั้นยังคงเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่รุนแรงในอเมริกา

เราคงต้องค้นย้อนไปถึงประวัติศาสตร์การสร้างชาติแห่งอเมริกาและโครงสร้างทางสังคม รวมไปถึงเศรษฐกิจในสมัยก่อน ที่ยังคงมีการเลือกปฏิบัติต่อคน ที่หลายๆคนยังไม่รู้

Racism

ชาวแอฟริกันนั้นถูกนำเข้ามาโดยเจ้าอาณานิคมชาวสเปน ที่นำเอาชาวแอฟริกันมาเป็นแรงงานทาสในมลรัฐฟลอริดา ในช่วงทศวรรษที่ 1560 การใช้แรงงานทาสเริ่มต้นขึ้นบนเกาะเจมส์ทาวน์ รัฐเวอร์จิเนีย หนึ่งใน 13 รัฐ ซึ่งครอบครองโดยเจ้าอาณานิคมอังกฤษ

กระทั่งในปี 1619 การค้าขายทาสชาวแอฟริกันในทวีปอเมริกเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกโดยพ่อค้าชาวยุโรปที่แล่นเรือออกจากทวีปของตัวเองเพื่อไปนำตัวชาวแอฟริกันมาขาย

Racism

เมื่อมาถึงอเมริกาแห่งนี้ มีผู้ที่ต้องการซื้อทาสจำนวนมาก Slavery ชาวแอฟริกันจะถูกปฏิบัติราวกับเป็นสินค้าชิ้นหนึ่ง ชาวแอฟริกันบางคนถูกนำไปประมูลต่อสาธารณะ ที่ผู้ขายจะอนุญาตให้ผู้ประมูลนั้นสามารถตรวจสอบสินค้าด้วยการจับดูก่อนได้

ตลอดจนทศวรรษที่ 17 และ 18 ชาวแอฟริกันพยายามทำให้ตัวเองมีสิทธิและเสรีภาพมากขึ้น จากกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ขณะเดียวกันนั้นชาวอังกฤษก็พยายามลดทอนศักดิ์ศรีของคนผิวดำลงเรื่อยๆ ด้วยการจำกัดการเป็นพลเมืองให้เป็นของคนขาวเท่านั้นด้วย นอกจากนี้ยังจำกัดการถือครองทรัพย์สินของทาสที่เป็นคนดำด้วย

จนกระทั่งมีการประกาศอิสรภาพในปี 1776 เป็นจุดกำเนิดของประโยคที่ว่า มนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน คนผิวดำจะได้รับมอบสิทธิที่ไม่สามารถถูกพรากออกไปเมื่อกำเนิด

ได้แก่ สิทธิในการมีชีวิต การมีอิสรภาพ และการแสวงหาความสุข ที่ว่าเท่าเทียมกันนั้นไม่ได้รวมเอาทาสชาวแอฟริกันเข้าไปไว้ด้วยเลย Slavery แม้แต่เหล่านายพลผู้ต่อสู้กับเจ้าอาณานิคมอังกฤษและก่อตั้งอเมริกาก็ยังครอบครองทาส

การเหยียดสีผิว

ต่อมา ในปี 1860 อับราฮัม ลินคอล์น ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี เขาประกาศตัวต่อต้านการใช้แรงงานทาสอย่างชัดเจน ซึ่งแน่อนเขาสร้างความไม่พอใจต่อรัฐทางตอนใต้เป็นอย่างมาก จนทำให้เกิดการถอนตัวจากรัฐบาลอเมริกา และก่อตั้งสมาพันธรัฐอเมริกา Racism

อันประกอบด้วย เซาท์แคโรไลนา มิสซิสซิปปี ฟลอริดา แอละแบมา จอร์เจีย ลุยเซียนา และเท็กซัส จากนั้นจึงมีเวอร์จิเนีย อาร์คันซอ เทนเนสซี นอร์ทแคโรไลนา เข้าร่วมในเวลาต่อมา Slavery

การเหยียดสีผิว

ในที่สุดสงครามก็ได้สิ้นสุดลงในปี 1865 ด้วยการยอมแพ้ของฝ่ายสมาพันธรัฐ และสภาคองเกรสได้ผ่านมติการแก้รัฐธรรมนูญครั้งที่ 13 ซึ่งห้ามการใช้แรงงานทาสทั่วอเมริกา การเหยียดสีผิว ในปีต่อมา สภาคองเกรสผ่านกฎหมายสิทธิพลเมืองแห่งปี 1866 ที่ให้สิทธิที่เท่าเทียมกันกับพลเมืองชาวอเมริกัน อันหมายถึงรวมทุกคนที่เกิดในอเมริกา

และในปี 1969 สภาคองเกรสผ่านมติให้แก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 15 ซึ่งให้สิทธิในการเลือกตั้งกับพลเมืองทุกคน (ไม่รวมผู้หญิง) โดยไม่เกี่ยวกับเชื้อชาติ สีผิว หรือประวัติการรับใช้ในกองทัพ

การเหยียดสีผิว

การเลือกปฏิบัติหรือ การเหยียดสีผิว ต่อคนผิวดำในอเมริกาก็ไม่ได้หายไปไหน ปลายศตวรรษที่ 19 หลายรัฐมีการออกกฎหมายต่างๆ เพื่อแบ่งแยกคนขาวออกจากคนเชื้อชาติอื่นๆในพื้นที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นบนรถไฟ รถบัส ร้านอาหาร โรงเรียน ห้องน้ำ หรือแม้แต่ตู้น้ำดื่ม จนนำไปสู่การต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมืองของคนดำระหว่างปี 1954-1968

และแม้การต่อสู้ในครั้งนั้นจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของคนผิวดำ แต่การเหยียดสีผิวก็ยังคงมีอยู่ในสังคมอเมริกา Slavery ยิ่งไปกว่านั้น ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการใช้แรงงานทาสในอเมริกายังแทบไม่ถูกพูดถึงในโรงเรียนด้วยซ้ำ เพราะการถกเถียงถึงประวัติศาสตร์ในเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่ากระอักกระอ่วน

ติดตามเรื่องราวต่างๆเพิ่มเติมได้ที่ sawadeehub.com
FB fanpage : สวัสดีฮับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here